04 novembre
ลูกค้าผมคนหนึ่งก่อนนอนสวดมนต์เจริญภาวนาทุกวัน พอถึงเวลาที่ใกล้จะหลับ เขาเห็นอีกร่างหนึ่งของตัวเองกำลังจะเดินออกไปจากห้องนอน มองเห็นทุกอย่างในห้องนอนเหมือนเวลาปกติ (คำถามที่ 1) ตกใจว่าตัวเองตายแล้วหรืออย่างไร(คำถามที่ 2) รู้สึกว่าอึดอัดเหมือนโดน “ผีอำ” (คำถามที่ 3) พยายามที่จะกลับไปที่ร่างเดิม พอตื่นลืมตาขึ้นมาได้ก็โล่งใจ แต่พอล้มตัวลงนอนก็มีอาการเหมือนเดิมอีกหลายครั้ง เช้ารุ่งขึ้นขณะที่ผมกำลังจะกดโทรศัพท์ไปให้คำแนะนำเรื่องที่เขาฝันเห็นลูกตาย เขาก็โทรศัพท์สวนทางมาพอดี(ข้อสังเกตุที่ 1) เขาเล่าความฝันและขอคำปรึกษาเพิ่มเติม เรื่องดังกล่าวขอตอบตามลำดับดังนี้
- การสวดมนต์ภาวนาทำให้จิตอยู่ในสภาพว่างจากกิเลสชั่วคราว เกิดอานุภาพ สามารถใช้ญาณหยั่งรู้หรือถอดจิตออกจากร่างกายได้ สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคยมักกังวลเรื่องความตาย
• ปัญหานี้ใช้กรรมฐานบทที่พิจารณาความตายเป็นอารมณ์ ปลงสังขารว่าธรรมดาทุกคนเกิดมาแล้วต้องตายอย่างแน่นอน อายุจะยาวหรือสั้นมีเหตุผลจากการถือหรือละเมิดศีลข้อปานา ใครทำบุญกรรมมาอย่างไรมาก็ควรจะได้ผลอย่างนั้นถือว่ายุติธรรมแล้ว ใครถึงวาระก็ต้องตาย การทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ช่วยได้มาก
• ควรหาซื้อหนังสือ “กรรมฐาน 40” ของหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี (แนวปฏิบัติทางธรรมที่ง่าย ชัดเจน ถูกต้อง) มาอ่านเพื่อศึกษาด้วยตนเอง
- เมื่อฝึกสมาธิแล้วจิตหลุดพ้นออกมาจากร่างกายได้แบบทั้งตัว (ในทางธรรมเรียกว่า "มโนยิทธิ-เต็มกำลัง") จะมองเห็นสภาพแวดล้อมได้เหมือนตาที่มองเห็น ถ้าขณะทำสมาธิไม่ได้กำหนดทิศทางไว้ กายทิพย์จะปรากฏใกล้ๆกับร่างกายของตนเอง
• ควรตั้งทิศทางไว้ล่วงหน้า เช่น ตั้งความปรารถนา(อธิฐาน)กับพระรัตนตรัยไว้ว่า "ถ้าจิตสามารถหลุดพ้นจากร่างกายได้ชั่วคราว ขอให้เห็นสภาพของ...( นรก, สวรรค, พรหม, พระนิพพาน)... ว่าเป็นอย่างไร?"
- อาการ "ผีอำ" (รู้สึกอึดอัดขัดข้อง) ในเวลาหลับหรือขณะทำสมาธิมักเกิดจากนอนหรือทำสมาธิในท่าที่ลมปรานเดินไม่สะดวก ลูกค้าคนนี้นอนท่ามือกอดอกไว้ จึงหายใจได้ไม่เต็มที่-สมองที่ขาดออกซิเจนจะส่งสัญญาณเตือนภัยอัตโนมัติในรูปแบบต่างๆ
• ในเวลาฝึกสมาธิควรเริ่มจากการหายใจเข้าออกแรงๆ 10 ครั้ง เพื่อไล่ลมหยาบออกไปก่อน
• ฝึกสมาธิในท่าที่สบายๆ ผ่อนคลาย ถ้าจะทำสมาธิในท่านอนขอแนะนำว่าให้นอนตะแคงขวา(สีหไสยาสน์)ดีที่สุด เลือดลมเดินสะดวก
ข้อสังเกตุ-จะพบว่าลูกค้าคนนี้มีสัมผัสที่หกดีมาก สามารถจับคลื่นความคิดที่ผมจะโทรศัพท์หาเขาได้ในทันที เรื่องนี้ทำกันได้หลายคนแต่มักไม่รู้ว่าตัวเองทำได้ ถ้าใครต้องการพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง ให้สังเกตุตัวเองว่าถ้าอยู่ว่างๆแล้วเกิดความรู้สึกนึกถึงใครขึ้นมาโดยกระทันหัน อาจเป็นไปได้ว่าว่าเขาคนนั้นกำลังนึกคิดถึงตัวคุณอยู่เช่นกัน อยากรู้ว่าจริงหรือไม่ก็ลองโทรศัพท์ถามเขาดู เขาอาจจะงง!ว่าคุณรู้ได้อย่างไรว่ากำลังคิดถึงท่านอยู่? ใครทำได้ผลอย่างนี้ช่วยคอมเม้นยืนยันด้วย

อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง) หมอดูไพ่ยิปซี+เลข๗ตัว๙ฐาน
Adisorn47.spaces.live.com 
DoMoreDang@hotmail.com
08-1533-3529
04 ottobre
ในการดูโชคลาภ ผมต้องการให้ลูกค้าได้เงินทุนสักก้อนสำหรับนำไปพัฒนาความเป็นอยู่ของตัวเองและครอบครัว การจะได้มาซึ่งโชคลาภลูกค้าต้องทำบุญชนิดพิเศษก่อนจึงจะมีโอกาสที่จะได้ผลตามความปรารถนา เมื่อได้รับโชคลาภแล้วต้องทำบุญอีกครั้งเพื่อให้เงินทุนก้อนนั้นไม่สลายตัว เมื่อได้เงินทุนพอสมควรแล้ว ลูกค้าก็ควรเลิกเสี่ยงโชค หันไปตั้งใจทำงานเลี้ยงชีพ ศึกษาหาความรู้ในสายอาชีพของตนเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตนเอง ผมไม่ต้องการให้ลูกค้าหลงใหลในอบายมุข
ขอให้ลูกค้าที่ต้องการได้โชคลาภ ทำตามคำแนะนำพิเศษของผมโดยครบถ้วนทุกขั้นตอน ไม่พลิกแพลงใดๆเลย ไม่เสี่ยงโชคเกินกำหนด ถ้าโลภมาก-ลาภก็หาย
22 giugno
วิธีทบทวนสมาธิในหมวดอภิญญา สำหรับผู้ที่เคยทำได้แต่อดีตชาติ แต่ลืมไปแล้วในชาตินี้
-
เริ่มจากตั้งตนอยู่ในศีล 5-8 หมั่นทำบุญให้ทาน บำเพ็ญความเพียรทำสมาธิภาวนาให้เป็นปกติ สวดมนต์ไหว้พระทุกวันทั้งก่อนนอน/ตื่นนอน ทำตามกำลังใจศัทธาและความเหมาะสมกับสถานะของตัวเอง
-
ทดสอบตัวเองว่ามี "
ของเก่า" ที่เป็นอภิญญา 6 ติดตัวมามากน้อยเพีบงใด โดยฝึกตามที่เคยเขียนแนะนำไว้แล้วในวิธี
"หลับตาหาของ"
-
แนวทางการปฏิบัติธรรมที่สามารถเปิดทางไปสู่อภิญญา 6 ของเก่าของท่านคือ
วิธีฝึกวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้น, หาโอกาสไปฝึก"มโนยิทธิ" ณ.สถานปฏิบัติธรรม "ซอยสายลม" ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กทม. ศึกษาตำรา/ฟังCDสอนฝึกวิปัสสนากรรมฐานโดย "พระราชพรหมยาน" วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี เพราะอ่าน/ฟังแล้วจะเข้าใจได้ง่าย ปฏิบัติตามแล้วได้ผลเร็ว
-
เมื่อมีเวลาว่างแม้นเพียงเล็กน้อยให้หัดเข้าออก "ฌาน 1-8" ทำพร้อมกับ "กสิณ 10" แล้วทดลองสลับลำดับจับคู่ไขว้ไปมาให้คล่อง แล้วจึงเริ่มเข้าสู่การทดสอบใช้อภิญญา 6
-
ศึกษา"วิสุทธิมรรค"ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติใน : กรรมฐาน ๔๐, วิปัสสนาญาณ ๙,
เมื่อคุณได้เรียนรู้ ค้นพบ เริ่มใช้ความสามารถพิเศษภายในตัวคุณเป็นแล้ว คุณจะพบว่าในโลกนี้มีมิติที่ 4 คือ "พลังงาน-พลังจิต" อยู่จริง ตาเปล่าไม่สามารถมองเห็น เหมือนที่หนัง Star War เรียกว่า Power ยังมีความสามารถอื่นๆที่รอให้คุณค้นพบด้วยตัวเอง และสนุกกับการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ถ้าคุณฝึกฝนตนเองต่อยอดไปทางหมวดอภิญญา 6 คุณอาจเป็น : "จินนี่"-แม่มดสาวเจ้าเสนห์, Superman(wemen), X-men ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะยุคนี้ถือว่า "เริ่มเข้าสู่ยุค อภิญญาสาธารณะ" แล้ว ใครที่รู้ตัวว่ามีของเก่าติดตัวมาไม่ควรพลาดหาโอกาศที่จะรื้อฟื้นและนำความสามารถพิเศษของตัวเองออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและสาธารณะประโยชน์
หมอแดง - หมอดูไพ่ยิปซี, เลข๗ตัว๙ฐาน
Adisorn47.spaces.live.com 
DoMoreDang@hotmail.com
08-1533-3529
30 maggio
คุณเคยมีประสพการณ์อย่างนี้บ้างไหม?
-
กำลังว่างจากงานไม่ได้คิดถึงสิ่งใดเลย อยู่ๆคุณก็รู้สึกขึ้นมาเองว่าเหตุการณ์บางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น ใครสักคนกำลังจะเดินมาหาคุณ แต่งตัวแบบนั้น พูดอย่างนี้กับคุณ แล้วทันใดนั้นมันก็เกิดขึ้นจริงๆ สิ่งแปลกประหลาดนั้นมันจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ มันจะสะดุดหยุดลงเมื่อคุณเริ่มเกิดความสงสัย ใช้สมองคิดค้นหาเหตุผลต้นกำเนิดของเหตุการณ์นี้ สิ่งนั้นเริ่มจางหายไปในทันทีที่คุณเริ่มขยับตัว พูดจาทักทายโต้ตอบออกไป เริ่มฉุกคิดสงสัยว่า เอ !?...สิ่งนี้คืออะไร!? เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้วนี่? เกิดขึ้นที่ไหนหนอ? (ความคิดเริ่มสับสน)... แล้วคุณก็กลับมาเป็นคนปกติคือไม่รู้ว่าต่อไปเขาจะพูด/ทำอะไรกับคุณเสียแล้ว สิ่งนี้เหมือนกันกับเวลาคุณดูหนังรอบที่สอง คุณจะทราบล่วงหน้าว่าถึงตอนนี้ ตัวละครตัวจะทำอะไร จะพูดอะไร สิ่งนี้ก็เหมือนมักเกิดขึ้นในชีวิตจริงกับคุณบ่อยๆ ในเวลาที่ไม่แน่นอน บังคับให้มันเกิดขึ้นไม่ได้ มักเกิดขึ้นในเวลาคุณเผลอ ใจเหม่อลอย คุณกำลังว่างๆ ง่วงนอน แต่ที่แน่ๆคือตอนนั้นคุณไม่คิดถึงสิ่งใดเลย
สิ่งนี้คือ "สัมผัสที่ ๖" เป็นอารมณ์ใจที่ว่าง (จากกิเลสชั่วคราว) สำหรับคนไม่รู้วิธีใช้จะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เป็นพลังแห่งการหยั่งรู้เหตุการณ์ในอดีต/ปัจจุบัน/อนาคตผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ทันทีที่วางใจที่อุเบกขา นักวิปัสสนากรรมฐานที่ปฏิบัติผ่านจุดนี้ไปแล้วรู้จักดี เรียกเหตุการณ์นี้ว่า "ของเก่าเริ่มเข้า"
เป็นผลบุญเก่าที่คุณเคยวิปัสสนากรรมฐานในอดีตชาติ ปฏิบัติจนกระทั่งสามารถใช้ "ญาณหยั่งรู้" ได้ตามใจปรารถนา คือทำได้เป็นปกติ แต่สำหรับในชาตินี้ถ้าคุณไม่ได้รื้อฟื้นปฏิบัติธรรมชนิดนี้ ก็จะใช้ญาณหยั่งรู้นั้นยังไม่ได้เท่าของเดิม จนกว่าท่านจะทบทวนของเดิมนี้จากตำราสอนวิปัสสนากรรมฐาน หรือพบเจอครูบาอาจารย์เก่าโดยตรงที่เคยสั่งสอนต่อเนื่องกันมาแล้วหลายชาติ หรือพบเพื่อนๆให้เขาสามารถใช้ "ของเก่า" นั้นเป็นและสอนให้คุณทำได้เท่าเดิม
สิ่งนี้เป็นสมบัติทางธรรม ที่สะสมและติดตัวไปทุกชาติ ไม่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาแต่จะรวมตัวใช้ได้เมื่อเริ่มทบทวน เปรียบเหมือนคุณมีหีบสมบัติอันมหาศาลพกติดตัวมาโดยไม่รู้วิธีเปิดหีบ เพราะเมื่อข้ามภพข้ามชาติมาแล้วก็ลืมวิธีวางอารมณ์ที่ถูกต้องไปชั่วคราว รอเวลาที่จะพบครูเก่าดั่งเดิมมาสอนวิธีตั้งอารมณ์ให้ถูกต้องก็จะเริ่มใช้ต่อไปได้อีกครั้งหนึ่ง
-
บางคนอาจ : ฝันเห็นเหตุการณ์ต่างๆได้ล่วงหน้า ก่อนจะได้พบเจอกับเรื่องจริงในอีกหลายวัน/เดือน/ปีต่อมา ฝันแบบนี้มักเกิดขึ้นคืนที่คุณสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน ในคืนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ โดยเฉพาะรุ่งเช้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ถ้าคุณนึกถึงเรื่องในฝันนี้ขึ้นมา ภาพในฝันนี้จะยังคงติดตาติดใจไม่ลืมเลือนเหมือนเกิดขึ้นจริงๆ แล้ววันหนึ่งเรื่องนั้นก็เกิดขึ้นจริงๆ
-
ใกล้วันหวยรัฐบาลจะออก : คุณหลับแล้วฝัน/ได้ยินเสียงกระซิบข้างหู/เห็นอะไรบางอย่างที่ตีความเป็นตัวเลขได้/ฝันเห็นเป็นตัวเลขตรงๆเลย แล้วมันก็ออกเลขนั้นจริงๆ!?! ต่อมาภายหลังฝันเห็นอย่างนั้นจึงทุ่มเทซื้อ บางครั้งได้ บางครั้งเสีย บางครั้งพลาดไปหนึ่งแต้ม?!?
ข้อให้สังเกตุคือ ถ้าเป็นเพียง "สัมผัสที่ 6" คุณจะไม่สามารถควบคุมมันได้ รอให้มันเกิดขึ้นเอง แต่ถ้าเป็น "ญาณหยั่งรู้" คุณจะสามารถกำหนดจิตได้ว่าต้องการจะรู้เรื่องอะไร เรื่องนั้นก็จะปรากฎขึ้นมาในทันที
-
กำลังทำงาน หูคุณอื้อไปชั่วขณะหนึ่ง มีเสียงคลื่นความถี่สูงแทรกเข้ามา เสียงคล้าย "ไมค์หอน" หรือเสียง "จิ้งหรีด" ร้องอยู่ในหู ตอนแรกคิดว่าตัวเองกำลังจะเป็นลม แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไร ถามคนรอบข้างก็ไม่มีใครได้ยินเสียงนั้นเหมือนคุณ ถ้าเป็นอย่างนี้แนะนำว่าให้คุณรีบจด(วัน)เวลาในขณะนั้นไว้ทันที เพราะเวลานั้นอาจกำลังเกิดเหตุการณ์สำคัญในจุดใดจุดหนึ่งของโลกนี้ แล้วลองเปิดเช็คข่าวด่วนรอบโลกทาง TV/อินเตอร์เน็ท อาจจะพบว่าเรื่องในข่าวสดนั้นตรงกับเวลาที่คุณจดไว้
ลูกค้าหมอดูของผมหลายคนที่ทดลองทำตามนี้ รายงานกลับมาว่าวันเวลาที่จดไว้มักตรงกับเรื่อง "แผ่นดินไหว" มากที่สุด บางครั้งเป็นเหตุร้ายแรงเช่น "ตึกถล่ม" เอาชีวิตคนได้ทีละหลายคน บางคนยังไม่ตาย (พวกเขากำลังรวบรวมกำลัวใจส่งกระแสจิตอย่างเข้มข้นเพื่อขอความช่วยเหลือด่วน เสียงนี้เป็นเสียงชนิดเดียวกับตัวละครเอก Superman ในหนังมักได้ยิน คนสร้างตัวละครเรื่องนี้ย่อมต้องรู้ เข้าถึง เข้าใจ มีประสพการณ์นี้มาแล้วจึงสามารถเขียนได้ตรงกับเรื่องจริง
-
เกิดอาการหาว ง่วงนอนผิดจากปกติในเวลากลางวัน อยากนอนแทบทนไม่ได้ แนะนำให้หามุมเหมาะๆสงบๆ แอบนั้ง/นอนหลับตา แล้วปิดสวิทความคิดทุกอย่าง ให้สมองเกิดความว่างจากการทำงานในระดับ 0 ตั้งใจว่าจะพักสมองสัก 5-10 นาที อาจเห็นภาพหรือปรากฏการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาในความว่างนั้น ให้ปล่อยให้ปรากฏการณ์นั้นดำเนินไปเรื่อยๆเหมือนคุณได้ดูภาพยนต์ ตั้งใจดูอย่างเดียวจนกว่าหนังจะจบ ระหว่างนั้นอย่าเพิ่งคิด อย่าเพิ่งสงสัย ควรจดวันเวลานั้นไว้ตรวจสอบกับข่าวด่วนใน TV เช่นกัน อันนี้ก็จัดอยู่ในประเภท "เทพสังหรณ์"
-
เมื่อเสียงดังรอบๆตัวคุณค่อยๆเงียบลงไปทีละน้อย แทบไม่มีอะไรดังแทรกเข้ามารบกวนหู(ใจ)คุณเลย แล้วคุณได้ยินเสียงเพลงยอดนิยม ดังแว่วเข้ามาแต่ไกล จับทิศทางไม่ได้ รู้แต่ว่าคุณชอบและร้องคลอตามไปในใจ พอตั้งใจฟังดีๆว่าใครเปิดเพลงนั้น กลับหาที่มาไม่ได้ ถ้าคุณลองเปิดวิทยุค้นหาก็พบว่าเพลงนั้นกำลังบรรเลงอยู่ เนื้อเพลงท่อนเดียวกับที่คุณกำลังร้องในใจนั้นแหละ เรื่องนี้อาจเกิดขึ้นในรถยนต์ที่ปิดกระจกเปิดแอร์คุณเริ่มสังเกตุว่ามีเสียงเพลงที่ดังในหัวคุณ มันเกิดขึ้นเอง ถ้าคุณลองเปิดวิทยุในรถยนต์ก็พบว่ามีเพลงนั้นร้องในท่อนเดียวกับที่คุณกำลังร้องในใจ หรือในบ้านเดียวกันบางครั้งคุณกำลังร้องเพลงนั้นในใจคนอื่นเดินมาทีหลังเปิดเครื่องเสียง ทำไมมันตรงกับที่คุณกำลังร้องหรือกำลังคิดถึง?
-
ใครมีสัมผัสที่ 6 อย่างนี้ แนะนำให้อ่านและศึกษา
วิธีทบทวนของเก่า ให้สามารถใช้ได้เต็มรูปแบบ โดยฝึกสมาธิในด้าน "มโนยิทธิ" และ "กรรมฐาน 40" ทำแล้วจะมีผลก้าวหน้าและได้อย่างรวดเร็วกว่าปกติ
21 maggio
เป็นความคาดหวังจากลูกค้าหมอดูทุกคน คือการจะได้พบเจอกับหมอดูแม่นๆ ผู้มีความรู้ความสามารถ แถมมีพลังพิเศษสามารถทำนายอนาคตของดวงชะตาของตนได้แม่นยำราวกับตาเห็น เสียเงินค่าดูดวงเท่าไหร่ก็ยอม ขอเพียงให้ได้สัมผัสกับตัวจริงเสียงจริงสักครั้ง
หลายครั้งที่ลูกค้าหมอดูถามผมว่า "ดูแม่นจริงหรือเปล่า?" ผมจึงมักทายเหตุการณ์ในอดีตและปัจจุบันให้ลูกค้าก่อน เพื่อให้ลูกค้าทราบได้ด้วยตนเอง ว่าทายได้แม่นยำเพียงใด เมื่อลูกค้ายอมรับว่าถูกต้องตรงกับชีวิตจริงแล้วผมจึงจะเริ่มงานหลัก คือการทายเหตุการณ์อนาคต หรือตอบคำถามที่ตั้งขึ้นมา
ลูกค้าแต่ละคนให้ความรู้สึกกับคำว่า "แม่น" นี้แตกต่างกันไป บางคนคาดคั้นเอาความแม่นยำจากหมอดูเฉพาะเรื่องที่จะให้ผลดีแก่ตัวเองเท่านั้น เรื่องร้ายกลับไม่อยากให้ทายแม่นยำ ผมขอแนะนำว่าถ้าลูกค้าให้ความสำคัญกับเรื่องความแม่นยำมากจนเกินไป ถึงขั้นคาดคั้นไม่ให้ทายผิดเลย อาจทำให้การตรวจดวงชะตานั้นเสียสาระที่สำคัญไป เพราะสาระที่แท้จริงของการดูดวงนั้นคือการตรวจว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่ดีจะได้หาทางป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุร้ายโดยไม่รู้ตัวล่วงหน้า หรือผ่อนหนักให้กลายเป็นเบา
รูปแบบการให้คำทำนายของผม
-
ทายไปตามศาสตร์ ตามตำรา ตามที่อาจารย์สั่งสอนมา สิ่งใดไม่รู้ไม่ทราบจะบอกตรงๆ ถ้ามีบางเหตุการณ์ที่ทายได้มากกว่า 1 อย่างผมจะใช้คำว่า "อาจเกิดเหตุ...และ..หรือ..." เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่ามีโอกาสที่เกิดเรื่องนั้นๆได้เท่าๆกัน
-
ไม่ยืนยันฟันธงคำทำนาย เพราะรู้ดีว่าทุกคนสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบชีวิตได้ ทั้งดีขึ้นหรือเลวลง อนาคตจะเปลี่ยนไปจากดวงชะตาเดิมได้เสมอ
-
การทำนายด้วย "เลข๗ตัว๙ฐาน" จะทายไปตามดวงชะตาที่ลูกค้าให้มา(วันเดือนปีเวลาเกิด) : ถ้าลูกค้าให้ข้อมูลผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม คำทำนายจะยังคงถูกต้องตามตำราสำหรับดวงที่ให้มานั้น แต่คำทำนายจะไม่ตรงกับชีวิตจริงของลูกค้า
-
ส่วนการทำนายด้วย "ไพ่ยิปซี" จะทายไปตามไพ่ที่ลูกค้าหยิบเสี่ยงทายมาเอง ลูกค้าจำเป็นต้องตั้งสมาธิในระดับสูงสุดของตัวเองในขณะหยิบไพ่ จึงจะทำนายได้ผลสูงสุดเช่นกัน
-
ทำนายไปตามข้อมูลสถานะภาพส่วนตัวที่ลูกค้าให้มา เช่นสถานะภาพสมรส โสด/แต่งงาน/ม่าย/หย่า ถ้าลูกค้าปิดบังความเป็นจริงคำทำนายจะผิดเพี้ยนไปตามนั้น เป็นการดูดวงแบบเสียเวลาเปล่าทั้งคนดูและหมอดู
-
ทำนายไปตามทิศทางที่ลูกค้าชี้นำ ถ้าหมอดูทายถูกแต่ลูกค้าแกล้งบอกว่าผิด ถ้าหมอดูยอมปรับทิศทางไปตามลูกค้าบอกก็จะทายผิดจากความเป็นจริง และมีผลต่อเนื่องไปเรื่องอื่นๆที่ใช้ข้อมูลเดียวกัน ตามทิศทางที่ลูกค้าล่อลวงไป
สำหรับผมทราบดีว่า "ทุกคนล้วนได้ดวงชะตามาจากการกระทำของตนเองในอดีตชาติ" ดวงชะตาจะบอกเส้นทางใหญ่ของชีวิตเพียงให้รู้ว่าช่วงไหนมีโอกาศที่จะพบอะไรบ้าง...แต่ชีวิตความเป็นอยู่จริงยังสามารถปรับเปลี่ยนไปจากดวงชะตาเดิมได้เสมอ...เปลี่ยนไปได้ตามแรงบุญและบาปที่กระทำเพิ่มใหม่ในชาตินี้ ผมตั้งความปรารถนาไว้ว่าขอให้ลูกค้าของผมทุกคนอ่านและพิจารณาบทความนี้แล้วสามารถเข้าถึงสัจจะธรรมนี้ได้ตามความเป็นจริง เพื่อจะได้มีความเข้าใจที่ตรงกัน ดูดวงแบบได้สาระที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตอย่างแท้จริง
19 aprile
ในการสร้างบุญบารมี การให้ "อภัยทาน" เป็นทานที่คนทั่วไปทำได้ยากที่สุด บางคนมีทรัพย์สมบัติมากมาย สามารถทำบุญได้ไม่จำกัด แต่ถ้ามีคนทำให้โกรธก็อาจสั่งให้บริวารทำลายล้างคนอื่นได้ในพริบตา เพราะไม่รู้จักการให้อภัยทาน
อานิสงค์ของการให้อภัยทาน ถ้าทำได้เป็นปกติ จะได้รับผลบุญอันสูงมาก สูงสุดเป็นอันดับที่สอง-รองจากการนั้งวิปัสสนากรรมฐาน ตัดชาติกำเนิดในอนาคตได้ประมาณครึ่งหนึ่ง เพราะไม่ต้องไปเกิดดักคอยจองล้างผลาญใครอีก (ที่เหลือครึ่งหนึ่งคือชาติที่ต้องเกิดมาเพื่อรอเขาทวงเอาคืน)
เหล่าพระอริยะเจ้าและผู้ทึ่เข้าถึงธรรมเทั้งหลาย ย่อมให้ "อภัยทาน" ได้ง่ายๆโดยไม่หนักใจเลย เพราะท่านเหล่านั้นมักมีนิสัยหมั่นบำเพ็ญเพียรถือศีล 5 และฝึกสมาธิจนได้ "ญาณหยั่งรู้" เมื่อใช้วิปัสสนากรรมฐานพิจารณาหลักสัจจะธรรม ก็ย่อมเห็นตามความเป็นจริงของโลกนี้ว่า อันที่เรียกว่า "คู่เวร/คู่กรรม/เจ้ากรรมนายเวร" นั้น ล้วนมีที่มา ตั้งต้น จาก "ความอาฆาตมาตรร้าย" ทั้งสิ้น
คนและสัตร์ เมื่อเวลาเป็นฝ่าย "ถูกกระทำ" ก็มักเกิดความเจ็บใจแล้วกล่าวคำอาฆาตจองเวรไว้ ว่าจะขอล้างแค้นทวงคืนชาตินี้ชาติหน้า สุดท้ายตายไปก็กลับมาเกิดใหม่กลายมาเป็น "ผู้กระทำ" ผิดเสียเองบ้าง สลับกันไปมาจนจำไม่ได้ว่าใครทำใครก่อน แต่ที่แน่นแนอนคือผลัดกันทำผิดทั้งคู่ ผลัดกันแพ้ชนะไม่สิ้นสุด วนเวียนว่ายตายเกิดเพราะเหตุนี้ก็มาก
พระฯท่านจึงสอนไว้เป็นกลางๆ ว่าถึงท่านถูกใครกระทำเวรกรรมอะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้ท่านรู้สึกไม่พึงพอใจ/เดือดร้อน/แสนสาหัส ก็จงอย่าคิด/อย่ากล่าว/อย่าปฏิบัตการใดๆที่เป็นการจองเวร/โต้ตอบ เพื่อกรรมทั้งหลายที่เคยเกิดต่อเนื่องกันมานานจะได้สิ้นสุดเวรกรรมลงสุดท้ายที่ผู้ให้อภัยทาน ถ้าเป็นหนังเรียกว่า "จบโดยบริบูรณ์" คือไม่มีภาคต่อไปนั้นเอง
สำหรับท่านที่กำลังถูกทดสอบเรื่องนี้อยู่ ท่านควรดีใจที่จะมีโอกาสจะได้ให้ "อภัยทาน" ที่ยิ่งใหญ่แล้ว แนะนำว่าจงใช้วิฤกตินี้ให้กลายเป็นโอกาส ควรลองทำดู ถ้าท่านทำได้จริง ท่านก็ไม่ควรคิด/พูด/ทำการใดๆกับเรื่องนั้นๆอีก ใจท่านก็ย่อมเป็นสุขสงบก่อนใคร
บ้าน/เมือง/โลกนี้ย่อมมีสันติสุขมากขึ้น ความวุ่นวายทั้งหลายในปัจจุบันก็จะมีน้อยลงไปกว่านี้ ถ้าทุกคนรู้จักให้อภัยกันและกัน
18 aprile
ณ.ประตูสู่อิสานเมื่อยามใกล้เช้ามืด พ่อค้า/แม่ค้ากำลังขนสินค้าไปขายในตลาดสด คนส่วนใหญ่กำลังหลับใหล พลันก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง พร้อมเสียงเหมือนฟ้าคำรามมาแต่ไกล ไม่มีใครรู้ว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น จนกระทั้งเช้าตรู่ เมื่อทุกคนมองเห็นชายทะเลเกิดขึ้นใหม่ที่ฟาร์มเลี้ยงวัวที่ใหญ่ที่สุด ภาพที่ทุกคนเห็นคือหายนะครั้งยิ่งใหญ่สุดบรรยาย มีชายฝั่งทะเลเกิดใหม่ มีเศษซากศพคน/สัตว์/สิ่งของถูกคลื่นทะเลซัดมาติดชายฝั่งเต็มไปหมด บางคนยังไม่ตาย ผู้คนและมูลนิธิกู้ภัยฯกำลังช่วยกันชักลากเข้าหาฝั่ง/กู้ชีวิต สับสนวุ่นวายเต็มไปหมด เสียงผู้คนคุยกัน/ตะโกนร้องเรียกญาติที่สูญหายไประงม บางคนร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดเมื่อพบศพของญาติพี่น้องของเขาแล้ว
มีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติปรากฏขึ้น บางคนรอดตายในสภาพหลับ ตัวลอยอยู่ในอากาศเหนือน้ำทะเล? เพ่งดูให้ดีจะเห็นร่างทิพย์บางใสโปร่งแสงของ "เหล่าเทวดา/นางฟ้า" กำลังอุ้มเด็กบางผู้ใหญ่บางที่มีบุญที่ยังไม่ถึงคราวตาย นำมาวางบนบกแล้วรีบไปนำคนอื่นมาวางไว้อีก เทวดา/นางฟ้าอีกเหล่าลอยมาสูงมากนำพาผู้มีบุญสูงไปไว้ที่อื่นไม่มาปะปนกับคนธรรมดา ยังมีบางคนสำเร็จอภิญญาหกได้ ใช้อิทธิฤทธิ์ "เดินหนบนอากาศ" มาช่วยสงเคราะอุ้มชูญาติพี่น้องและผู้มีบุญคุณให้พ้นภัยนี้ได้เช่นกัน มีเสียงผ้าห่มที่ห่อตัวคนเหล่านั้นสบัดไปในอากาศ เสียงเหมือนธงชาติยามต้องลมแรก
ที่น่าสังเกตุคือคนที่รอดตายนั้นล้วนแล้วแต่ "เป็นผู้ทรงศีล 5-8 บริสุทธ์เป็นปกติ" พวกเขาเคยทำบุญเน้นการไถ่ชีวิตสัตว์-ปล่อยปลา+สังฆทาน บำเพ็ญความเพียรฝึกฝนสมาธิ+วิปัสสนากรรมฐาน 40 ทุกวันไม่ขาด (ขอให้ลูกค้าของผมทุกคนทำตามที่ผมเคยแนะนำไว้แล้ว จะรอดพ้นภัยอันใหญ่หลวงไปได้)
17 aprile
"ชายชาวเขา" คนหนึ่ง ใบหน้ามุ่งมั่นในใจมีความอาฆาต เดินมาจากบริเวณชายแดน หิ้วถุงใสขนาดใหญ่สูงเพียงเอว ข้างในบรรจุ "ตัวต่ออาคม" เต็มทั้ง 2 ถุง เมื่อเข้ามาในเขตแดนไทยก็ปล่อยตัวต่ออาคมออกไปในทันที ตัวต่อนั้นบินไปทั่วเมือง กัดต่อผู้คนในเมืองไม่เว้ณผู้ใด พิษเหล็กในของมันไม่ธรรมดา ใครโดนกัดต่อยต้อง "เป็นบ้า" ไปทันที่ มีอาการคุ้มคลั่ง จำคนในบ้านไม่ได้ ตรงเข้าทำร้ายกันเองจนเลือดนองไปทั้งแผ่นดิน ภาพที่เห็นคือเด็กอ่อนนอนเบาะก็ไม่พ้นหายนะนี้
"คนพเนจร" ก็ถูกตัวต่อกัดต่อยบ้างเหมือนกัน แต่ไม่เป็นอะไร เขาหนีออกจากเมืองไปตาม "ช่องสุนัขลอด" ใต้กำแพงเมือง เข้าไปในป่าผืนใหญ่ พบกุฎิหลังน้อยมุงด้วยหญ้าคา มีพระภิกษุผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ท่านหนึ่งจำพรรษานั่งสมาธิอยู่ เมื่อคนพเนจรนิมนต์ให้ท่านช่วยบ้านเมืองนั้น ท่านบอกว่า "ไม่ใช่หน้าที่ของอาตมา" พร้อมชี้ทิศทางให้ไปขอความช่วยเหลือกับพระภิกษุผู้ทรงศีลอีกท่านหนึ่ง ซึ่งตั้งกุฎิอยู่ถัดไป เมื่อคนพเนจรเข้าไปนิมนต์ขอความช่วยเหลือจากท่าน ท่านลืมตาขึ้นมากล่าวว่า กูชื่อ "แพร...จงนำพระเครื่องผง(ว่าน)ที่กูทำขึ้นมาไปฝนกับหิน เอาตัวยาที่ได้ผสมน้ำให้ทุกคนในเมืองนั้นกินกัน"
หลังจากฝนให้คนแรกกินและได้ผลดี ก็ขยายผลออกไป จนกระทั้งทุกคนมีสติคืนมา ผู้คนหลั่งไหลพากันมาขอบูชาพระเครื่องของท่านคนละองค์ คนสุดท้ายได้ไปก็หมดพอดี ท่านเรียกคนพเนจรเข้าไปหาแล้วนัดวันให้กลับมาหาท่านอีกครั้งหนึ่ง ท่านจะสร้างพระเครื่องรุ่นพิเศษขึ้นมาเพียงองค์เดียว เพื่อให้คนพเนจรไว้เป็นที่พี่งที่ระลึก ตั้งชื่อรุ่นให้ล่วงหน้าว่า รุ่น..."วิมุตติมรรค" ทำในวันที่.... สรรพคุณ.......
(บันทึกปริศนานี้ทำให้ผมคิดถึงสมุนไพรชนิดหนึ่งชื่อ "รางจืด" ใช้ล้างพิษทั้งปวง เคยให้พวกกินเหล้าติดบุหรี่กินล้างพิษเหล้าบุหรี่ ปรากฏว่าได้ผลดีมากเกินคาด ผมจะนำมาบอกรายละเอียดในภายหลัง)
เมื่อสุนัขเลี้ยงแกะสู้ฝูงหมาป่าที่ดุร้ายกระหายเลือดไม่ได้ เจ้าของฝูงแกะจึงเปลี่ยนมาใช้ "สิงโตขาว" มาเลี้ยงแกะแทนสุนัขบ้าน สิงโตขาวหนุ่มทุกตัวมีเขี้ยวสีงาขาวยาวราวๆคืบหลายตัว อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ เดินเวรยามรอบๆฝูงแกะเพื่อปกป้องคุ้มครองแกะจากเหล่าสุนัขป่า บางครั้งสิงโตขาวเหล่านั้นพร้อมใจกันร้องคำรามประสานเสียงกัน เสียงนั้นดังสั่นสะเทือนแก้วหูยิ่งนัก ทั้งคนและสัตว์ทั้งหลาย ไม่กล้าแม้นเพียงคิดจะเข้าไปใกล้แกะฝูงนั้น ...
สมุนไพร "เครื่องต้มยำ" สูตรนี้มีดังนี้ : ข่า+ตะไคร้+ใบมะกรูด
วิธีการปรุง : นำทุกอย่างมาล้างให้สะอาด ข่า+ตะไคร้-หั่นเป็นแว่นบางๆหรือทุบให้แตก ใบมะกรูดฉีก/หั่นเป็นเส้น ใส่ในน้ำเดือดแล้วเบาไฟลงปานกลาง/อ่อน ต้ม 15 นาที แยกน้ำไปใส่ถ้วยกาแฟรอให้อุ่นก็ดื่มได้ ดื่มแบบชากาแฟ ดื่มเมื่อท้องว่าง/ก่อน/หลังอาหาร-นอน ครึ่งชั่วโมง กินทุกวันๆละ 1-2 แก้ว ติดต่อกันราว 7 วัน
สูตรแช่อาบน้ำสมุนไพร (สปาร์) : สำหรับเด็กตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไป ให้ต้มเอาน้ำสมุนไพรไปผสมน้ำอุ่นอาบ-แช่ทั้งตัว-น้ำรดหัว 15 นาที ทำทุกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อาการหวัดจะค่อยๆห่างหายไป ไม่มีน้ำหมูกไหลอีก เด็กเล็กอาจใช้ 2 กำ(ตลาดสด)ต่อครั้ง (แช่ในกระละมังซักผ้าขนาดใหญ่) ผู้ใหญ่ใช้ 4 กำต่อครั้ง (แช่ในอ่างอาบน้ำ)
สรรพคุณ : ช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดี ในยามที่อากาศเปลี่ยนแปลงกระทันหัน ไข้เปลี่ยนฤดูระยาด บรรเทาอาการภูมิแพ้ เป็นหวัดคัดจมูกน้ำมูกไหล
หมายเหตุ : สูตรนี้รู้จักกันดีในนาม "เครื่องต้มยำ" คนโบราณคิดหาวิธีใส่ยาสมุนขนานนี้ให้เรากิน เพื่อกันและแก้โรคที่อาจระบาดมาจากการกินเนื้อสัตว์ มักระบาดเมื่ออากาศเปลี่ยน ช่วงเวลาต่อจากฤดูร้อนไปฤดูฝน (ฝนไปหนาว, หนาวไปร้อน-แห้งแล้ง) คนโบราณเรียก "ห่าไก่" (ไก่มีอาการท้องเสีย, หมดแรง, คอตกก่อนตาย)
ใครทดลองสูตรนี้แล้วใช้ได้ผลดี ช่วยบอกต่อๆกันไป และคอมเม้นยืนยันกลับมาตรงนี้ด้วยครับ ผมได้สูตรนี้มาจาก : คุณตาคนหนึ่ง ไม่ทรายชื่อ ท่านมาตัดผมเพียงครั้งเดียว ที่ร้านแดงบาร์เบอร์ของผม ในซอยท้าวสุระ3 โคราช ราวปี พ.ศ. 2537 สูตรนี้ผมทดลองแนะนำลูกค้ามาตลอดถึงทุกวันนี้ ลูกค้าตัดผมเก่า/ใหม่ของผมยืนยันมาทุกคนว่า "ใช้แล้วได้ผลดีมาก" ทุกคนแปลกใจมากที่ไม่เคยทราบว่า "เครื่องต้มยำ" เป็นยา อยู่แค่ปลายจมูกคืออยู่ในครัวของทุกบ้าน ฟังดูครั้งแรกไม่น่าเชื่อถือ แต่ปรากฏว่าได้ผลจริง
ข้อมูลจาก"สารานุกรมสมุนไพร" เรียบเรียงโดย อ.วุฒิ วุฒิธรรมเวช (ISBN : 974-277-385-8)
ข่า
สรรพคุณ :
ใบ รสเผ็ดร้อน ฆ่าพยาธิ กลากเกลื้อน ต้มอาบ แก้ปวดเหมื่อยตามข้อ
ดอก รสเผ็ดร้อน แก้กลากเกลื้อน
ผล รสเผ็ดร้อนฉุน ช่วยย่อยอาหาร แก้ปวดท้อง แก้คลื่นเหียนอาเจียน ท้องอืดเฟ้อ แก้บิดมีตัวและไม่มีตัว
หน่อ รสเผ็ดร้อนหวาน แก้ลมแน่นหน้าอก บำรุงไฟธาตุ
เหง้า รสเผ็ดร้อนขม แก้ปวดท้อง จุดเสียดแน่น ขับลมให้กระจาย แก้ฟกบวม แก้พิษ แก้บิด แก้ตกโลหิต แก้ลมป่วง แก้กลากเกลื้อน ขับน้ำคาวปลา แก้สันนิบาตหน้าเพลิง ตำกับมะขามเปียกและเกลือให้สตรีรับประทานหลังคลอด ขับเลือดน้ำคาวปลา ขับรก
ต้นแก่ รสเผ็ดร้อนซ่า ตำผสมน้ำมันมะพร้าว ทาแก้ปวดเหมื่อยตามกล้ามเนื้อ ตามข้อ แก้ตะคริว
ราก รสเผ็ดร้อนปร่า ขับเลือดลม ให้เดินสะดวก แก้เหน็บชา แก้เสมหะ และโลหิต
สารสำคัญ เหง้าแก่ มีนำมันหมอประมาณ ๐.๐๔ % น้ำมันหอมประกอบด้วย methyl-cinnamate 48 %, cineol 20-30 % ที่เหลือเป็นการบูร และ d-pinene
ตะไคร้
เป็นไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า มีเหง้าใต้ดิน ใบแบนเล็กยาวเรียวสาก ขอบคมปลายแหลม หอมฉุน ดอกเล็กๆเป็นช่อตั้งเหนือพุ่มใบ มีสรรพคุณดังนี้
ใบ รสหอมเปร่า ลดความดันโลหิต แก้ไข้
ต้น รสหอมปร่า ขับลม แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้นิ่ว ดับกลิ่นคาว เจริญอาหาร
เหง้า รสหอมปร่าแก้เบื่ออาหาร บำรุงไฟธาตุ แก้กระษัย ขับลมในลำไส้ แก้ขัดปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว
ทั้งต้น รสหอมปร่า แก้หือ แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะบำรุงธาตุ ขับเหงื่อ
สารสำคัญ ทั้งต้น เมื่อนำมากลั่นด้วยไอน้ำ ได้น้ำมันหอมระเหย ซึ่งเรียกว่า Lemomgrase oil ประกอบด้วย citrkl 80%, tenpeneal, geraneal, neral, farnaral, citronallol, linalool, citronellal, farnesal
22 marzo
ธรรมดาของคนที่เริ่มฝึกสมาธิแล้วเริ่มจะได้ผล ก็มักเริ่มได้ญาณหยั่งรู้อย่างอ่อนๆเป็นปกติ ถ้ารู้จักรักษาอารมณ์ให้นิ่งนานและรักษาศีลบริสุทธิ์มากก็ได้ผลมากขึ้นยิ่งขึ้นไป รู้อะไรจะรู้ได้เที่ยงตรงกับความเป็นจริง แต่ถ้าไม่รักษาอารมณ์ให้นิ่งนาน ศีลก็ไม่บริสุทธิ์ก็ได้ผลน้อยลงจากเดิม รู้เห็นอะไรมักไม่เที่ยงตรงผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ที่เขาเรียกกันว่า "หลงตัวเอง/พญามารเข้าแทรกจิตใจ" ถ้าไม่มีครูบาอาจารย์ที่รู้จริงคอยตักเตือนแนะนำวิธีแก้ไขปัญหา ก็อาจเป็นอันตรายต่อตัวเองและคนอื่นๆได้
การระลึกชาติได้ เป็นจุดหนึ่งซึ่งที่ผู้ฝึกปฏิบัติธรรมหลายคนมักเผลอเอาใจมายึดติดมัน จนสร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองและผู้อื่นได้เสมอเห็นกันเป็นปกติ ผู้ฝึกฝนปฏิบัติธรรมใหม่ต้องระวังโทษของการยึดเหนี่ยวในเรื่องอดีตชาตินี้ไว้โดยไม่รู้จักวิธีพิจารณาปล่อยวาง ผมขอยกตัวอย่างเพียงเล็กน้อยในโทษของการยึดติด พร้อมวิธีแก้ไข/ป้องกันตนเองไม่ให้หลงทาง
ถ้าคนเราบังเอิญจำได้(หรือมีใครมาบอกว่า)เคยเป็นใครในอดีตชาติ มันก็คงเกิดเรื่องยุ่งๆ และเรื่องดีๆ ได้หลายอย่างดังต่อไปนี้
- ทวงทรัพย์สมบัติ/ชาติ/บ้าน/เมือง
คนตัดโลภไม่ขาดอาจนำหลักฐาน พยานต่างๆมาอ้างสิทธิ์ว่าทรัพย์สินเช่น บ้าน/ที่ดิน/รถยนต์ ฯลฯ ว่าสิ่งนี้เคยเป็นของตนมาก่อนในชาติที่ผ่านแล้วมา หาทางบังคับลูกหลานเหลนโหลนให้คืนมรดกกลับมาเป็นของตน หนักหน่อยอาจบอกว่าตัวเองเคยเป็นเจ้าเมืองท่านนั้นท่านนี้ อยากได้ตำแหน่งนั้นคืน แล้วเกณฑ์พลบริวารที่เชื่อถือเหมือนกัน ไปทำในสิ่งที่ไม่สมควรทำต่างๆนาๆ ก่อกรรมทำเข่นสร้างเวรกรรมกันใหม่ๆสดๆร้อนๆ สังคมก็อาจจะเกิดความวุ่นวายมีความเดือดร้อนจนแผ่นดินลุกเป็นไฟได้
ยิ่งถ้าตัวเองไม่มีญาณหยั่งรู้ แต่ดันไปเชื่อฟังผู้อื่นที่หลอดลวงหวังผลประโยชน์ส่วนตัว บอกว่าคุณเคยเป็นโน้นนี้มาก่อน...ฯลฯ เรื่องมันจะกลายเป็นว่าหลงทำความผิดไปโดยไม่ทันใช้วิจารณญาณ ตายเมื่อไหร่ต้องตกนรกทันที ระหว่างยังไม่ตายก็ต้องคดีอาญาแผ่นดิน เพราะว่าความไม่รู้จักพอและขาดการไตร่ตรองก่อนจะเชื่ออะไร
- ทวงสามี/ภรรยา/ญาติพี่น้อง
อันนี้ยุ่งเหมือนกัน ถ้าเดินไปพบกันแล้วจำกันได้ สังคมคงวุ่นวายไม่น้อย อาจไปไกลถึงการผิดศีลธรรม แย่งชิงกัน สับสนอลเวง ครอบครัวไม่มีความสงบสุขแน่
- ทวงหนี้สิน/บุญคุณ/ความแค้น/ทวงชีวิต
แค่นึกก็พอเห็นภาพความวุ่นวายที่ผู้คนไล่ล่าฆ่าฟันกันทั้งเมือง เลือดนองแผ่นดินแล้ว
โลกนี้คงวุ่นวาย มีการฆ่าล้างผลาญกันทุกวัน โดยอ้างว่ามีความชอบธรรม เพราะคิดว่าสิ่งที่จำได้นั้นจะเป็นความถูกต้องและชอบธรรมแล้ว แต่ถ้านักวิปัสสนากรรมฐานสามารถย้อนอดีตได้ไปเรื่อยๆถึงที่สุดบางทีก็อาจจะพบความอัปยศว่า อาจเป็นตัวเองที่เริ่มก่อกรรมทำเข่นกับคนอื่นก่อน พอมาชาตินี้เขาเอาคืนบ้างก็นึกว่าตัวเองถูกรังแกก่อน
โบราณจึงสอนไว้ว่า ก่อนฝึกสมาธิ ให้แผ่เมตตาจิตไปทุกทิศ "ขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวรทั้งหมด และตั้งจิตไว้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ขอจองเวรกับใครอีกต่อไปตั้งแต่บัดนี้ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน" อย่างน้อยเราจะพ้นการเวียนว่ายตายเกิดไปได้ประมาณครึ่งหนึ่ง เพราะไม่ต้องไปเกิดเพื่อคอยดักฆ่าใครอีกต่อไป
สำหรับผู้ที่ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน 40 และได้ผลครบถ้วนสมบูรณ์ดีแล้ว เรื่องวุ่นวายจากการระลึกชาติได้จะไม่เกิดขึ้น เพราะทราบดีว่าคนเราทุกคนล้วนแล้วแต่เวียนว่ายตาย/เกิดมาหลายชาติ มากมายนับไม่ได้ แต่และคนถ้าให้นับเฉพาะชาติที่เกิดเป็นคน เกิดแล้วตายแล้วนำไปเผาเอาผงเถ้าถ่านมากองไว้ชาติละ 1 กำมือ รวมตั้งแต่ชาติแรกมาถึงชาตินี้จะได้กองเถ้าถ่านสูงเท่าภูเขา ยิ่งรู้มากยิ่งปลงได้ว่า "เราทุกคนที่เกิดมานี้ ย่อมผ่านการเป็น...(ทุกสิ่งทุกอย่าง)... มาแล้วทั้งนั้น" หมายความว่าทุกคนย่อมเคยเป็นตั้งแต่ขอทานยันเจ้าเมือง เคยรวยที่สุด/จนที่สุด เคยเป็นทั้งผู้หญิง/ผู้ชาย/กระเทย สวรรค์ทุกชั้นยันพรหม/นรกทุกขุม โรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายที่มีอยู่เราก็เคยเป็นมาแล้วทั้งหมด อาหารทุกอย่างเคยชิมมาหมด สิ่งที่เป็นของทันสมัยไฮเทค(อย่างสมัยนี้)ก็เคยมีเคยใช้มาแล้วทั้งนั้น เครื่องบินหรือคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ก็ไม่ใช้เพิ่งมีในยุคนี้ยุคแรกยุคเดียว แต่เป็นเพราะอารยะธรรมทั้งหลายนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วดับสูญไปเป็นปกติของโลกนี้นั้นเอง
การพิจารณาสัจจะธรรม และมองเห็นตามความเป็นจริงอย่างนี้ได้เมื่อไหร่ ผู้ฝึกปฏิบัติธรรมก็จะหลุดพ้นจากความหลง เอาตัวรอดไปได้โดยไม่ติดในผลของญาณหยั่งรู้ทั้งหมด วางใจเป็นอุเบกขาได้โดยแท้จริง จะเกิดความมั่นคงในสมาธิและมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ
อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง) หมอดูไพ่ยิปซี+เลข๗ตัว๙ฐาน
Adisorn47.spaces.live.com 
DoMoreDang@hotmail.com
08-1533-3529
ศาสนาพุทธแนะนำให้ทุกคนแก้ปัญหาชีวิต โดยพิจารณาธรรมทั้งหลายเริ่มจาก "อริยะสัจ ๔" คือ :
-
ทุกข์ - เรียนรู้และยอมรับตามความเป็นจริงว่าตัวเองกำลังมีความทุกข์ "ทุกข์" มีอยู่จริง มีเป็นปกติด้วยกันทุกคน มีแล้วทุรนทุราย ฯลฯ
-
สมุหทัย - ต้นเหตุแห่งการเกิดทุกข์ ก็มาจากความยึดมั่นผิดๆว่าสื่งนั้นสิ่งนี้เป็นต้องเป็นของเราตลอดไป ต้องไม่เปลี่ยนแปลง ฯลฯ
-
นิโรจน์ - สภาวะแห่งการพ้นจากทุกข์
-
มรรค - วิธีการพิจารณาธรรม เพื่อให้เห็นหนทางแก้ไขปัญหา ให้พ้นทุกข์
ทุกขั้นตอนจำเป็นต้องใช้ "สมาธิ" คือต้องการให้ความคิดความว่างจากสิ่งอื่น เพื่อทำอะไรสักอย่าง ทำอย่างนั้นเป็นเวลานานๆต่อเนื่อง ให้เกิดผลตามต้องการ
สมาธิ จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำหรับ :
-
สมาธิเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เกิด "ปัญญา" คือการรู้ธรรมในข้อใดข้อหนึ่งแบบ รู้แจ้งแทงตลอด เห็นตามความเป็นจริง โดยไม่เหลือข้อสังสัยใดๆอยู่อีกเลย
-
ในการพิจารณาธรรมะที่ยาก ลึกซึ้ง ต้องใช้เวลายาวนานๆ จำเป็นต้องใช้สมาธิเรียนรู้/ยอมรับสภาวะปกติธรรมดาของร่างกาย-จิตใจของตัวเราเอง ตามความเป็นจริง ว่าเราต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร อะไรคือความต้องการที่สุดของชีวิต เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เรานำสิ่งใดไปได้บ้าง ฯลฯ อันนี้ต้องเอาสิ่งที่ตามองเห็นทุกอย่างในโลกมาพิจารณาทุกวันต่อเนื่อง จนกว่าจะมีข้อสรุปให้ตัวเอง
-
ใช้คู่กับ "สติ" คอยควบคุมกิริยาทางกาย วาจา ใจ ของตนเองให้ประพฤติตนอยู่ศีลให้มั่นคง
-
ใช้ก่อให้เกิดพลานุภาพทางจิต สามารถใช้ญาณหยั่งรู้ได้ถึงเหตุการณ์ต่างๆของตัวเราทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคตได้
-
สรุปว่าใช้ทุกขั้นตอนเลย
อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง) หมอดูไพ่ยิปซี+เลข๗ตัว๙ฐาน
Adisorn47.spaces.live.com 
DoMoreDang@hotmail.com
08-1533-3529
17 febbraio
ลูกค้าหมอดูหลายคนฝึกสมาธิมานาน แต่ยังไม่เคยห็นสิ่งใดในสมาธิเลย ปรารถนาจะมีประสพการณ์สักครั้งที่นั่งสมาธิแล้วเห็นภาพต่างๆ (มโนยิทธิ) อย่างคนอื่นบ้าง ผมเคยให้คำแนะนำแก่ลูกค้าหลายคน เมื่อทดลองปฏิบัติตามนั้นแล้วหลายคนบอกว่าได้ผลดี เมื่อมีผู้สนใจถามวิธีปฏิบัติแบบนี้มากขึ้น ผมจึงเขียนแนวทางปฏิบัติธรรมและคำแนะนำที่สำคัญไว้ในเว็บบล็อกนี้ เพื่อให้ลูกค้าและผู้สนใจทั่วไปมาอ่าน/คัดลอก/พิมพ์ได้*
ก่อนอื่นผมขอตั้งสมมุติฐานตรงนี้ไว้ก่อนว่า หลายท่านที่สนใจปฏิบัติธรรม น่าจะมีพื้นฐานด้านการฝึกสมาธิมาดีพอสมควรแล้ว จึงไม่ต้องแนะนำมากมายนัก แต่จะชี้ช่องทางเพื่อเสริมเติมต่อยอดออกไปอีกเพียงเล็กน้อย ส่วนที่ผมจะแนะนำนี้จะเน้นปัญหาและอุปสรรคสำคัญต่อการปฏิบัติที่จะทำให้ท่านไม่สามารถเห็นภาพในสมาธิ หรือเห็นแล้วแต่ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง
เนื่องจากเนื้อหายาวมากจึงขอแบ่งเป็นหมวดย่อยๆ โดยเริ่มจาก "ขณิกสมาธิ" ก่อน
หลักสำคัญที่ผู้ชอบฝึกสมาธิต้องเรียนรู้และต้องปฏิบัติมีดังนี้
-
ถือศีล 5-8 ให้บริสุทธิ์ก่อน : เริ่มจากศีลน้อยไปหามาก ระยะเวลาสั้นไปยาว จนกระทั้งทำได้ตลอดวันตลอดชีวิต ยอมตายดีกว่าขาดจากศีล
-
บำเพ็ญเพียรฝึกสมาธิให้มั่นคง : เริ่มจากสมาธิน้อยไปหามาก ระยะเวลาสั้นไปหายาว จนกระทั้งทำได้ตลอดวันตลอดชีวิต คิดจะใช้งานเมื่อไหร่ใช้ได้ทันที
-
สร้างปัญญาให้เกิดขึ้น กระทั้งสามารถมองเห็นสภาวะธรรมทั้งหลายได้ตามความเป็นจริงทุกประการ เป็นการเห็นชอบด้วยตัวเองไม่ใช้การอ่านหรือการฟังมา แล้วเกิดความเบื่อการเวียนว่ายตายเกิด และตัดสินใจปรารถนาพระนิพพานในชาตินี้ในที่สุด
การเตรียมตัวก่อนฝึกสมาธิทุกครั้ง
-
ในวันที่จะฝึกสมาธิ ให้ท่านตั้งต้นจากการถือศีล 5-8 ให้บริสุทธิ์และให้มั่นคง
การฝึกสมาธิจึงจะให้ได้ผลสำเร็จและรวดเร็วดี จงตั้งสัจจะอธิฐานระดับความเข้มข้นไว้ว่า "ข้าพเจ้าจะรักษาศีล ๕ ตั้งแต่บัดนี้ไปตลอดชีวิต" ถ้ามีใครมาบังคับให้ทำผิดศีล ๕ จะไม่ยอมทำ ถึงขู่ฆ่าก็ยอมตาย (เพราะอันที่จริงพวกเราก็พากันตายแล้วเกิดใหม่มานับไม่ถ้วนอยู่แล้ว ขอลองปฏิบัติอย่างเข้มข้นดูสักชาติ เผื่อจะสำเร็จได้ในชาตินี้)
-
สร้างศัทธา เชื่อและมั่นใจตัวเองว่าเรากำลังทำความดีไม่ใช่ความชั่ว
ให้ทำแบบทดสอบกำลังใจ ชุดที่ 1 เพื่อตรวจสอบศัทธาของท่านว่ามีเพียงพอหรือบกพร่อง
-
ฝึกหลับตาแล้วต้องนึกถึงภาพพระ(พุทธรูป)ได้ทุกสัดส่วน ถ้าจำไม่ได้ให้เพ่งมองรูปภาพหรือพระพุทธรูปที่เราชอบ แล้วลองหลับตานึกถึงภาพนั้นว่าจำได้หรือไม่
ให้ลองวาดพระพุทธรูปในกระดาษใส่รายละเอียดให้มากที่สุด ถ้ายังจำไม่ได้ให้กลับไป "เดินจงกลม" ถือพระพุทธรูปไว้ หลับตาบ้างลืมตาบ้าง ทำจนกว่าจะจำและวาดรูปพระได้
แบบทดสอบกำลังใจ ชุดที่ 1 :
- พระพุทธเจ้ามีจริงหรือไม่? (จงพิสูจน์ให้เห็นจริง)
- พระพุทธเจ้ามีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร? (เหมือนพระพุทธรูปที่เรากราบไหว้ทุกวันนี้ไหม)
- พระพุทธเจ้าสอนอะไรบ้าง? (ลองเขียนมา 1-10 หน้ากระดาษ)
- ตามข้อที่ 3 ถ้าให้ท่านย่อความทั้งหมดให้เหลือเพียง 1 บรรทัด ท่านจะเขียนว่าอย่างไร?
- เป้าหมายอันสูงสุดของศาสนาพุทธคืออะไร?
- "พระนิพพาน" มีจริงหรือไม่?
แนวธงคำตอบ :
- เป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครสักคนสามารถหลอกลวงคนทั้งโลกและพระเจ้าแผ่นดินทั้งหลายในสมัยนั้นว่าตัวเองเป็นพระพุทธเจ้า เพราะเพียงแค่พุทธปาฏิหาร-เปล่งแสงออกมาจากกายที่เรียกว่า "ฉัพพรรณรังสี" คนธรรมดาก็ไม่มีใครทำได้แล้ว เหตุผลเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว และถ้าพระพุทธเจ้าไม่มีจริงลัทธิอื่นคงเขียนบันทึกคำคัดค้านไว้ให้เห็นแล้ว
- (เหตุผลเดียวกันกับข้อที่ 1)
- พระองค์สอนให้ทุกคนทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม พิจารณาโลกนี้ตามความเป็นจริง เพื่อให้เห็นต้นตอปัญหาทั้งปวง ใช้ปัญญาดับทุกข์ทั้งปวง
- สรุปคำสอนทั้ง 84,000 พระธรรมะขันธ์แล้ว เหลือเพียง "ทาน ศีล ภาวนา" (วิมุตติมรรค)
- แดนอมตะ-พระนิพพาน
- ถ้าพระพุทธเจ้ามีจริง คำสอนทุกอย่างของท่านย่อมเป็นความจริง
ท่านที่ต้องการพบเห็น(ทางจิต)/ถามปัญหาธรรมะท่านโดยตรง ให้ทดลองทำตามคำแนะนำของผมเรื่อง "กีฬาสมาธิ-เล่นซ่อน/หา" ทำได้แล้วให้ทดลองฝึก "มโนยิทธิ" ทำได้เมื่อไหร่ท่านจะรู้คำตอบนี้โดยไม่เหลือความสงสัยอีกเลย
ขณิกสมาธิ
"ขณิกสมาธิ" - เป็นสมาธิเพียงเล็กน้อย เป็นจุดแรกของการเริ่มต้นรวบรวมสมาธิ โดยปล่อยวางความคิดอ่าน(พิจารณา)ทั้งหมด ให้เหลือเพียงสติพร้อมที่จะรับรู้/โต้ตอบกับสิ่งแวดล้อมตรงหน้าเท่านั้น
วิธีฝึกสมาธิระดับขณิกสมาธิให้มั่นคง : ให้ตั้งใจว่าจะหยุดคิดถึงเรื่องงาน/ภาระกิจ/หน้าที่/ความรับผิดชอบทุกอย่างในชีวิตลงชั่วคราว ในเวลาที่เราตั้งไว้เริ่มจากน้อยไปหามาก ถ้าทำไม่ได้ให้เพ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อตัดความคิดทุกอย่าง เช่นเพ่ง(ดู/กิริยาที่สนใจแต่...เรื่องเดียว)ไปที่แสงเปลวเทียน
ให้ท่านลองสังเกตุเด็กที่ดูทีวีจนไม่ได้ยินเสียงเรียกหาของพ่อแม่ นั้นแสดงว่าเขากำลังใช้สมาธิอยู่ในระดับนี้ และเรียกสมาธิในระดับนี้ว่า ขณิกสมาธิ ผมขอใช้ภาษาไทยเพื่อเข้าใจง่ายๆว่า "ตั้งใจ" ธรรมชาติของสมาธิระดับนี้มักจะไม่มั่นคง ตั้งได้ไม่นานก็ล้ม เป็นอย่างนี้ถือว่าปกติ
***แบบทดสอบ ชุดที่ 2 :
ให้ท่านตั้งนาฬิกา(ที่มีเข็มวินาที)ตรงหน้า แล้วกำหนดจิตว่าจะดูเข็มเดิน 1 รอบโดยไม่คิดถึงสิ่งใดเลย เมื่อทำได้แล้วให้ขยายเวลาไปเรื่อยๆให้ถึง 5-10 นาที ฝึกปฏิบัติให้เชี่ยวชาญก่อน แล้วจึงข้ามไปทำแบบฝึกหัดอื่นๆต่อไป (ถ้ายังทำแบบฝึกหัดนี้ไม่ได้-ห้ามข้ามขั้นตอนนี้ไป ให้ทำตามลำดับก่อนหลังจึงจะพบความสำเร็จ)
อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง) หมอดูไพ่ยิปซี+เลข๗ตัว๙ฐาน
Adisorn47.spaces.live.com 
DoMoreDang@hotmail.com
08-1533-3529
*บทความนี้เป็นธรรมทาน ผู้สนใจปฏิบัติธรรมสามารถคัดลอก/พิมพ์แจกผู้อื่นได้ในรูปแบบสาธารณะประโยชน์ แต่ยังสงวนลิขสิทธิ์ในส่วนไม่อนุญาติคัดลอกนำไปเผยแพร่ในรูปแบบทางการค้าเพื่อหาผลกำไร
02 febbraio
คำแนะนำ
- วันเกิด : ลูกค้าควรเตรียมข้อมูลวันเดือนปีเกิดเวลาเกิดและสถานที่เกิดของท่าน(และคนในครอบครัว) มาให้พร้อม ถ้าลูกค้าให้ข้อมูลนี้ผิดพลาด จะเท่ากับเอาดวงของคนอื่นมาให้คำนวณ
- สถาณะภาพส่วนบุคคล : ข้อมูลเหล่านี้ไม่ถือเป็นความลับ เพราะเพื่อนๆในสังคมของท่านก็รู้เรื่องเหล่านี้ดีอยู่แล้ว ลูกค้าไม่ควรปิดบังอำพราง เพราะหมอดูจำเป็นต้องให้คำทำนายไปตามขัอมูลและทิศทางที่ลูกค้าให้มา
- แม่นหรือเปล่า : ถ้าลูกต้าต้องการทดสอบความแม่นยำของหมอดู ลูกค้าต้องป้อนข้อมูลที่เป็นจริงของท่านเพื่อให้หมอดูนำข้อมูลที่ถูกต้องไปคิดคำนวณ
- กรณีที่ลูกค้าไม่แน่ใจในข้อมูลวันเดือนปีเกิด/เวลาของตัวเอง : ให้ดูด้วยไพ่ยิปซีแทน
-
คำถามที่ไม่ตอบ(จรรยาบรรณในอาชีพหมอดู) : ดวงชะตาของบุคคลที่สาม(เขาไม่อนุญาติให้ดู), บุคคล/สถาบันชั้นสูง, ความขัดแย้งของสังคม/การเมือง, จะตายเมื่อไหร่, จะแต่งงาน/เลิกกันดีไหม, ลูกคนไหนจะทอดทิ้งพ่อแม่
- ถ้าลูกค้าต้องการได้มิตรภาพที่ดีต่อกันจงนำความจริงใจมาแลกเปลี่ยนกันจะไม่ผิดหวัง แต่ถ้าลูกค้าคนใดเริ่มจากความหลอกลวงหมอดูเล่น ท่านจะสูญเสียมิตรที่ดีไปหนึ่งคน
อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง) หมอดูไพ่ยิปซี+เลข๗ตัว๙ฐาน
Adisorn47.spaces.live.com 
DoMoreDang@hotmail.com
08-1533-3529
03 gennaio
ให้เด็กๆสนุกกับการเล่นซ่อนหาโดยใช้สมาธิเพียงเล็กน้อย เด็กๆจะสามารถรู้ที่ซ่อนสิ่งของใดๆได้ โดยไม่ต้องเดินหาให้เสียเวลา เพียงแค่...นั้งหลับตาทำสมาธิ… ทดลองทำตามหมอแดง ดังต่อไปนี้ครับ
เลือกสถานที่ : อาจใช้ห้องนอน ห้องรับแขก สนามหญ้า
เลือกวัสถุที่จะซ่อน : สิ่งนั้นต้องมีเพียงชิ้นเดียวในบริเวณนั้น ให้นำไปให้คนหาดูก่อนนำไปซ่อน
คนซ่อน : นำวัสถุไปซ่อนไว้ตรงไหนก็ได้ ไม่ให้มองเห็น
คนหา : ถวายเครื่องบูชาพระ(ครู) มีดอกไม้ธูปเทียน+เงิน 10 บาท กราบพระ นั้งหลับตารวบรวมสมาธิ มโนภาพขึ้นมาในใจว่ามีพระคลอบคลุมตัวเองไว้ มีกายทิพย์เคลื่อนออกมาจากร่างกายของท่านได้อีกร่างหนึ่ง กำหนดใจว่าท่านจะไม่สนใจร่างเดิมเพียงชั่วคราว
- กำหนดให้กายทิพย์ไปอยู่ในอวกาศอันมืดดำและว่างเปล่าที่สุด ตรงนั้นไม่มีสิ่งใด แม้นร่างกาย(ธาตุ4)ของตัวเองก็ไม่มี ถ้าอยู่ที่ตรงนี้แบบนี้จะได้ความสงบสุขดี ตรงนี้ไม่มีภาระกิจใดๆ
- เนรมิตภาพพระพุทธรูปที่ท่านชอบขึ้นมาตรงหน้า เพ่งไว้อย่าให้หายไป แล้วบังคับกายทิพย์ให้กราบพระ 3 หน
- ตั้งจิตอธิฐาน ขอพรในใจว่า…"ขอบารมีพระพุทธเจ้า ขอให้ภาพพระพุทธรูปตรงหน้านี้จงหายไป, ขอให้เห็นภาพ(สิ่งของที่…นำไปซ่อน)ปรากฏขึ้นมาแทนในตำแหน่งที่ถูกต้องตามความเป็นจริงทุกประการ"
- รอสักครู่ ภาพพระจะหายไป ก็จะได้ภาพ...ที่เป็นคำตอบ ผุดขึ้นมาเองในใจ (ไม่ใช่การความคิดจากสมอง ไม่ได้สร้างภาพขึ้นมาเหมือนข้อที่ 1-6) ภายในเวลาไม่เกิน 1 นาที
บางท่านอาจเห็นเป็นภาพแสงดาวเล็กเท่าปลายเข็ม กระพริบแล้วดับไป บอกทิศทางแบบ 2-3 มิติ
บางท่านเห็นภาพสิ่งของนั้นวางไว้บริเวณที่ซ่อน
บางท่านอาจเห็นภาพพระฯท่านขยับได้ ชี้นิ้วไปทิศที่วางของไว้
แล้วแต่การสะสมบารมีที่ท่านเคยฝึกทำมาหนักไปทางใดก็เห็นภาพอย่างนั้นได้ง่าย
- ลืมตาช้าๆ ลองสอบถามคนซ่อนว่าซ่อนไว้ตรง….(ที่ท่านเห็นในสมาธิ)ใช่หรือไม่ เมื่อทำได้แล้วอย่าลืมกราบขอบคุณพระฯท่านด้วยครับ ถ้าทายได้ใกล้เคียง ถือว่าใช้ได้ ถ้ายังไม่เห็นอะไรให้เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น ใครทำได้แล้วให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ถ้าอยู่แต่ในศีล 5 เป็นปกติ จะทำอย่างนี้ได้ต่อไป ไม่รักษาก็เสื่อม ต้องการรู้มากกว่านี้สอบถามมาได้ แต่ต้องผ่านประตูนี้ให้ได้ก่อน ผมจะทดสอบแบบสดๆด้วย
บทความนี้เป็นธรรมทาน อนุญาติให้เผยแพร่ได้เลยครับ
อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง) หมอดูไพ่ยิปซี+เลข๗ตัว๙ฐาน
Adisorn47.spaces.live.com 
DoMoreDang@hotmail.com
08-1533-3529